*
ลงประกาศฟรี/รถรับจ้าง/รถรับจ้างทั่วไป/รถรับจ้างราคาถูก
ข่าว: เพื่อการสนันสนุนพื้นที่ฟรี++เมื่อเห็นโฆษณา กรุณาสนับสนุน เพื่อให้ได้ใช้พื้นที่ฟรีกันยาวๆ ขอขอบคุณท่านผู้สนันสนุน

ลงประกาศฟรี สำหรับชาวรถรับจ้าง ด่วน ต้องการลงโฆษณา
ติดต่อ Line : sila787237  Mail : [email protected]
-ท่านต้องการลงBanner ขนาดใหญ่ 1200px ระดับบนสุดของบอร์ดได้ในราคาเพียง 1,500 บาทต่อเดือน ด่วนๆ
-ท่านต้องการปักหมุด เพียงเดือนละ 1,000 บาทเท่านั้น

ติดต่อได้ที่ Tel : 089 5047949
Line ID : sila787237
Mail : [email protected]





ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Please donate whatever you can to help us to service server.Thank you.


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 6
อีกไม่กี่วันก็ใกล้วันเด็กเข้ามาแล้ว เลยถือโอกาสเอาใจครอบครัวที่มีเด็กๆ กันซะหน่อย ด้วย 9 เฟอร์นิเจอร์ เด็กที่จะทำให้คุณพ่อ คุณแม่ และคุณลูกต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน

ตู้สูง พร้อมชั้นวางของ และยังมีลิ้นชักเก็บของ แถมยังมีสติกเกอร์สีสันสดใสให้คุณติดป้ายแบ่งประเภทของในลิ้นชัก หรือตู้ได้ในสไตล์ที่ต้องการ นอกจากนั้นยังมีกล่องเก็บของทรงเตี้ยเพื่อให้เด็กๆ สามารถใช้งานได้ง่าย และสะดวกต่อการจัดเก็บของได้ด้วยตัวเอง ซึ่งตัวขาโต๊ะเองนั้นก็ยังสามารถปรับระดับได้ จึงปลอดภัยเหมาะสำหรับกับเด็กมากๆ เลย

Fort เตียงสองชั้นที่เหมาะกับครอบครัวที่มีลูกหลายคน ตัวเตียงดีไซน์โมเดิร์นสวยงาม วัสดุและการใช้งานต่างๆได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา จึงมั่นใจได้ว่าลูกน้อยของคุณจะสามารถนอนบนเตียงนี้ และปีนขึ้นปีนลงได้อย่างปลอดภัย นอกจากนั้นตัวบันไดเองก็ยังสามารถสลับเปลี่ยนข้าง เพื่อปรับให้เหมาะสมกับพื้นที่และการใช้งานได้มากขึ้นอีกด้วย

เอาใจจิตรกรน้อยกับโต๊ะทำงานศิลปะ ที่ทำมาจากไม้ที่มีความแข็งแรง มาพร้อมกับเก้าอี้ไม้ 2 ตัว โดยมีชั้นวางอุปกรณ์ด้านข้าง กล่องใส่อุปกรณ์ และแท่นใส่ม้วนกระดาษสำหรับวาดรูป เป็นโต๊ะสำหรับเด็กๆ ที่รักในศิลปะอย่างแท้จริงเลย

ตู้เก็บของเล่นดีไซน์เรียบง่าย ดูมีสไตล์ทันสมัย ไว้เก็บของเล่น ทำให้เด็กๆ สามารถหยิบมาเล่นและเก็บเองได้ง่ายๆ ซึ่งตู้นอกจากจะเก็บของเล่นได้แล้ว ก็ยังสามารถนำมาจัดเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ได้อีกด้วย

เบาะนั่งเล่นที่เด็กๆ สามารถมารวมตัวกัน นั่งเล่น นั่งอ่านหนังสือกันได้ ความพิเศษของเบาะนี้สามารถแยกชิ้นกัน หรือเอามาต่อกันให้เป็นคอกโดยการจัดตามมุมต่างๆ ในบ้าน ที่สำคัญเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ยังไร้มุมแหลมคมที่ทำให้เกิดอันตรายกับเด็กๆ นั่นเอง คุณพ่อคุณแม่จึงมั่นใจได้เลยว่าเด็กๆ จะนั่งเล่นได้อย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุอย่างแน่นอน

ชั้นวางหนังสือทรงต้นไม้ดีไซน์เก๋สุดน่ารัก ที่มีกิ่งก้านยื่นออกมา สามารถวางได้ทั้งหนังสือและของชิ้นเล็กๆ ไม่ว่าจะนำไปจัดวางตรงส่วนไหนของบ้านก็ดูน่ารักจนลืมชั้นหนังสือแบบเดิมๆไปเลย

อีกหนึ่งชั้นวางหนังสือจากตัวการ์ตูนสุดฮิต น่าจะถูกใจเด็กๆ หลายคน เพราะมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะสมกับเด็กๆ ใช้งานง่าย สามารถหยิบหนังสือ หรือข้าวของได้อย่างสะดวกสบาย แถมยังน่ารักมากๆ อีกด้วย


เอาใจเด็กๆ กับ 9 เฟอร์นิเจอร์ น่าใช้ รับรองว่าต้องถูกใจอย่างแน่นอน ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/เฟอร์นิเจอร์/

 การไปดูนกตามแหล่งการเรียนรู้ทางธรรมชาติอาจจะไม่เหมือนกับไปดูนกในกรงในสวนสัตว์ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าสถานที่ค่อนข้างเปิดกว้างและนกในธรรมชาติมีนิสัยที่แตกต่างจากนกในกรงตามสวนสัตว์ที่เราเคยเห็นกัน หากเราจะดูนกในแหล่งธรรมชาติให้สนุก มันต้องมีเทคนิคเคล็ดลับกันหน่อย เรามีทริคเล็กมาแนะนำกันนิดหนึ่ง

เงียบ และ สัญญาณมือ

อย่างแรกที่เราต้องพึงระลึกไว้เสมอเป็นเรื่องนิสัยของนกที่ค่อนข้างจะระวังตัวเป็นพิเศษ ยิ่งเป็นในป่าที่กว้างใหญ่ด้วยแล้วแค่เสียงกระแอมไออาจจะทำให้เราพลาดโอกาสในการดูนกครั้งสำคัญไปเลยก็ได้ ทริคแรกของเราต้องเป็นเรื่องของความเงียบ พยายามทำให้เกิดเสียงน้อยที่สุดเพื่อให้เป็นธรรมชาติ อีกเรื่องสัญญาณมือที่ผู้นำกลุ่มจะถ่ายทอดมาอีกทีว่าเราควรทำอย่างไร เพื่อไม่ให้คนอื่นและเราเสียโอกาสไปพร้อมๆ กัน

ช้า อย่าแตกตื่น

ทริคที่สองเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยกับเหล่ามือใหม่ทั้งหลาย คือ ความตื่นเต้นในการดูนก บางครั้งผู้นำกลุ่มกำลังชี้เป้าบอกว่าควรหันหน้าไปดูนกทางไหน แต่ด้วยเราตื่นเต้น ไม่เคยเห็นทำให้บางครั้งอาจจะทำอะไรรวดเร็วเกินไปหรือรีบรุมมาดูกลัวจะไม่ได้ดู สุดท้ายนกก็บินหนีไป เพราะรู้สึกได้ถึงเสียงและความไม่ปกตินั่นเอง ดังนั้นต้องขยับตัวช้าๆ อย่ารุม อย่าแตกตื่น

พักสำรวจสภาพรอบข้างเสมอ

การดูนก ส่วนใหญ่เราจะต้องดูผ่านกล้องส่องทางไกลแบบต่างๆ เพื่อมองให้เห็นนกได้ชัดเจนมากขึ้น แต่การมองผ่านกล้องส่องทางไกลแล้วส่ายไปมา เพื่อมองหานกบอกเลยว่าทำไปก็เจอนกได้ยาก ทริคง่ายๆ สำหรับเรื่องนี้คือว่าเราควรพักสายตาจากกล้องส่องทางไกลบ้าง แล้วมองด้วยสายตาสำรวจสภาพแวดล้อมรอบข้าง พอดูแล้วว่านกกำลังอยู่ทางไหนแล้วค่อยส่องกล้องอีกครั้งหนึ่งน่าจะดีกว่า

รู้จักแหล่งชุมนุมของนก

การจะไปดูนกเราก็ต้องทำการบ้านเกี่ยวกับนกเล็กน้อยว่า นกที่เราไปดูนั้นพวกมันไปชุมนุมอยู่ตรงไหน แน่นอนว่าของแบบนี้บางครั้งตำราอย่างเดียวไม่ช่วยเราได้เท่าไร ประสบการณ์จะเป็นตัวบอกเราเองว่า ควรมองไปทางไหน ที่ไหน อย่างไร ทริคตรงนี้เราต้องไปศึกษาเพิ่มเติมเรื่องของต้นไม้ ว่านกตัวไหนชอบกินอะไรแบบไหน พอเห็นต้นไม้แล้วไล่สายตาไปรับรองว่าเจอแน่นอน

รู้จักช่วงเวลาที่เหมาะสม

ทริคสุดท้าย นอกจากแหล่งที่อยู่ของนกแล้ว เรื่องของเวลาในการออกไปดูนกนับว่าเป็นอีกเรื่องที่ห้ามพลาด การไปดูนกทริคอยู่ที่เวลาเช้ามากกว่า เนื่องจากเป็นเวลาที่นกออกหากิน ทำให้เรามองเห็นนกได้ง่ายแสงยามเช้าไม่แรงมากทำให้ดูได้นาน อากาศไม่ร้อนอีกด้วย ทริคเหล่านี้มือใหม่ลองเอาไปปรับใช้ดู



เทคนิคการดู นก ที่มือใหม่ควรรู้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/นก/

แสงแดดเป็นตัวการร้ายที่คอยทำลายผิว ทำให้ผิวอ่อนแอ สีผิวหมองคล้ำไม่สม่ำเสมอ ปัญหาสุขภาพผิวไม่แข็งแรง สาวๆ

เราจึงต้องหมั่นปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยการทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน และนอกเหนือจากการทาครีมกันแดดแล้ว สาวๆ รู้หรือไม่คะว่าผิวหนังของเรานั้นมีกลไกลในการดูแลตัวเองจากแสงแดด โดยผิวหนังจะเพิ่มการสร้างเม็ดสี ทำให้ผิวหนังชั้นกำพร้าหนาขึ้น เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด ในแสงแดดนั้นมีรังสีอยู่ 3 ชนิดคือ UVA และ UVB และ UVC เราลองมาดูข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้กันดูค่ะ

รังสียูวี 3 ชนิด

1.UVA เป็นรังสีที่สามารถผ่านทะลุเข้าไปถึงชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ ทำให้เกิดอันตรายต่อโครงสร้างของผิว เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผิวหนังขาดความชุ่มชื้น เหี่ยวย่นทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย

2.UVB เป็นรังสีที่สามารถผ่านทะลุชั้นหนังกำพร้าและหนังชั้นบนเท่านั้น จึงเป็นปัจจัยที่กระตุ้นทำให้เกิดฝ้า จุดด่างดำ ผิวบวมแดงและแสบร้อน ทำให้ผิวเกิดไหม้จนทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

3.UVC เป็นรังสีคลื่นสั้น แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะถูกดูดซับโดยโอโซนในชั้นบรรยากาศ

วิธีปกป้องผิวจากแสงแดด

หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดด ในช่วง 10.00-16.00 น. ในช่วงนี้จะมีปริมาณของรังสี UVB อยู่เข้มข้น จึงทำให้ผิวถูกเผาไหม้ได้มากกว่าช่วงเวลาอื่น ถ้าหากจำเป็นต้องเผชิญแสงแดดในช่วงเวลานี้ ให้สวมเสื้อแขนยาว กางร่วม ใส่หมวกปีกกว้าง สวมแว่นตากันแดด จะช่วยป้องกันแสงแดดไม่ให้ทำลายผิวและยังช่วยป้องกันการเกิดต้อกระจกได้เป็นอย่างดี
เสริมคอลลาเจนให้กับร่างกาย การเสริมคอลลาเจนให้แก่ผิว ก็เป็นวิธีการเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ทำให้ผิวมีความแข็งแรงจากภายใน

ประโยชน์ของคอลลาเจน

คอลลาเจนนั้นมีสารต้าอนุมูลอิสระสูง สามารถปกป้องผิวจากการถูกทำลายของรังสี UV ทำให้ผิวยืดหยุ่น กระชับ ป้องกันปัญหาริ้วรอย ส่งเสริมประสิทธิภาพของการไหลเวียนของเลือด ป้องกันการสูญเสียน้ำที่ชั้นผิวและยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว ทำให้ผิวขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ คอลลาเจนพบมากในมะพร้าว มะเขือเทศ มะนาว ฝรั่ง เนื้อไก่ กระเทียม ไข่ขาว ผักสีเขียว กระดูกปลาและสัตว์ต่าง ๆ ชาเขียว และชาดำ เป็นต้น

การปกป้องผิวจากสารกันแดดชนิดต่าง ๆ

สารกันแดดถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

สารกันแดดสะท้อนแสง (Physical sunscreen) เป็นสารที่เพิ่มคุณสมบัติในการสะท้อนแสง โดยส่วนใหญ่แล้วไม่ทำให้เกิดอาการแพ้แต่ผิวหนัง ได้แก่ titanium dioxide, zine oxide สารกลุ่มนี้สามารถป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB
สารกันแดดดูดแสง (Chemical sunscreen) เป็นสารที่ดูดซับแสงแดดพลังงานของแสงแดดลงไปที่ผิวหนัง มีหลายชนิด อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้
ผิวหนังนั้นมีกลไกลในการป้องกันแสงแดดโดยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่หากอยากมีผิวสวยสดใส ห่างไกลจากปัญหาริ้วรอยแล้วละก็ ให้เสริมการปกป้องแสงแดดด้วยการทานอาหารที่มีคอลลาเจนสูง หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ร่วมกับการใช้ครีมกันแดดในทุกวันจะดีที่สุด



เคล็ดลับปกป้องผิวสวย ขาวใส จากแสงแดด อยากผิวใสไม่คล้ำ บอกเลยไม่ยาก ! ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/ขาวใสวุฒิศักดิ์/

 จ่ายตลาดให้ไวแล้วมาทำก๋วยเตี๋ยวคั่วทะเล สูตรอาหารจานเดียว ใส่กุ้งเนื้อเด้งกับเส้นใหญ่ผัดหอมก้นกระทะ ปรุงรสด้วยน้ำปูสไตล์ปักษ์ใต้ อูย… แค่เห็นก็น้ำลายไหลแล้ว

แอบเบื่อ ๆ เมนูก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ลองเปลี่ยนมาใส่กุ้งเคี้ยวเด้งหน่อยดีไหม กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำก๋วยเตี๋ยวคั่วทะเล สูตรจาก คุณมอแกนน้อย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ใส่กุ้งผัดกับเส้นใหญ่ เพิ่มความหอมด้วยเห็ดหอม และที่ขาดไม่ได้เลยคือน้ำปูรสเค็มกลมกล่อม ผัดกับผักสลัดเพิ่มสีสัน ปรุงรสด้วยพริกป่นสักหน่อย หรือใครจะใส่ซอสพริกก็ตามชอบนะคะ

ปู่ครับ ส่งการบ้านหน่อยครับ โดย คุณมอแกนน้อย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

จากกระทู้ก่อนของคุณปู่ ล็อกอิน สล่าปู่ อาจารย์ผู้คร่ำหวอดกูรูอาหารเหนือ วันนี้ตะโกลอกการบ้านแบบปักษ์ใต้ผัดแบบบ้าน ๆ รสชาติพอไปได้ครับปู่

เครื่องปรุงตามที่เห็นเลยครับ

ส่วนผสม ก๋วยเตี๋ยวคั่วทะเล

• เส้นใหญ่
• กระเทียมสับ
• กุ้งสด
• ไข่ไก่
• เห็ดหอม
• ผักสลัด
• ต้นหอมซอย
• น้ำปู
• ซีอิ๊วขาว
• ซอสปรุงรส
• เกลือ
• น้ำตาลทราย

วิธีทำก๋วยเตี๋ยวคั่วทะเล

เน้นให้กระทะร้อน เส้นจะได้ไม่ติด คุมไฟให้พอดีกับการผัด ใส่น้ำปู ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส เกลือ และน้ำตาลทราย ใส่ลงไปในเส้นเลย เมื่อกุ้งสุกและกระเทียมเหลืองพอดีใส่เส้น

เร่งไฟ ราวนาทีก็หรี่ไฟ ใส่ไข่ ปิดฝา

สองนาทีกว่า ๆ สะบัดกระทะ ใส่ผักสลัด แล้วยกขึ้น ใส่จานเสิร์ฟโรยหน้าต้นหอมตามที่มี

รสชาติเค็มเบา ๆ มัน ๆ มีน้ำตาลตัดรสเค็มลง มีกลิ่นหอมก้นกระทะโชย ตัวเส้นด้านล่างเกรียมนิด ๆ แต่ไม่ถึงกรอบ กุ้งเด้ง ลงตัวกับเส้นอ่อน ๆ

หมดไปครึ่งจาน ลองเปลี่ยนแบบปรุงรสด้วยน้ำส้มพริกดอง น้ำตาลปลายช้อน และพริกป่น บีบมะนาวนิดหนึ่ง ได้ความอร่อยชูรสเปรี้ยวขึ้นมา มีความหอมมะนาว มีความเผ็ดนิด ๆ ได้ความอร่อยต่างจากผัดซีอิ๊วที่ไม่มีกลิ่นของซีอิ๊วดำ กินแกล้มผักสลัด แก้หิวยามเที่ยง ๆ ได้ครับปู่ ขอบคุณปู่ที่รังสรรค์เมนูให้ตะโกลอกครับ

ขอเช็ดน้ำลายแป๊บนะคะ เย็นนี้คงได้ทำก๋วยเตี๋ยวคั่วกุ้งสักกระทะแน่นอน แต่ขอเปลี่ยนจากผักสลัดเป็นผักคะน้าแทนแล้วกันเพราะมีติดตู้เย็นพอดี ส่วนผสมอื่น ๆ คงต้องไปหาซื้อเพิ่มเติม ขอตัวไปจ่ายตลาดก่อนนะคะ




สูตรอาหาร ก๋วยเตี๋ยวคั่วทะเล ใส่น้ำปูกลิ่นหอมเส้นนุ่มอร่อยแบบปักษ์ใต้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/สูตรอาหาร/

 Gurubaan วันนี้ ขอนำเสนอ 5 วิธีแก้ไข แอร์ไม่เย็น สำหรับ บ้าน และ คอนโด ที่พักอาศัยของคุณ

1. เช็ครีโมท

2. เช็คฟิลเตอร์

3. เช็คคอมเพลสเซอร์

4. เช็คท่อน้ำยาแอร์

5. เช็คท่อน้ำทิ้งอุดตัน

แล้วอย่าลืมแชร์ต่อ บอกต่อสิ่งที่ดี ด้วยนะครับ

9 ของมงคลช่วยเสริมดวง

ในการค้าขายนอกจากจะมีสินค้าดีแล้ว
บางครั้งเราอาจจะต้องพึ่งของมงคลอีกด้วย
แต่ว่าเราจะใช้ของมงคลอะไรดี.. แต่ละประเภทจะเสริมดวงด้านไหนบ้าง
.
วันนี้อาจารย์เมย์ มี 9 ของมงคลที่ช่วยเสริมดวงให้ค้าขายดียิ่งขึ้น
จะมีอะไรบ้างไปชมกันเลย แล้วอย่าลืม Subscribe กดติดตาม ช่องของเราด้วยนะ ฮวงจุ้ยลี้ลับ พร้อมนำเสนอ ถึงท่านผู้ชม เพื่อความรวย รวย และรวย!!! แล้วอย่าลืม Share ต่อด้วยนะ เพื่อความ เฮ็ง เฮ็ง และ เฮ็ง


5 วิธีแก้ไข แอร์ไม่เย็น ในบ้าน และ คอนโด ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/คอนโด/

ผมเชื่อว่ามีน้องๆหลายคนพอเข้ามหาวิทยาลัยจะต้องขอซื้อ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือ ไม่ก็ notebook แน่ๆ เพราะผมก็เคยเป็น เหตุผลยอดฮิตคือเอาไว้ใช้ทำรายงาน 55+ โดยผมขอแนะนำวิธีกาารเลือกซื้อ จะได้ตรงกับความต้องการนะครับ

netbook = เครื่องเล็กๆ พกพาสะดวก แบตทน
Ultrabook = แพงกว่าปกติ เพราะเครื่องบาง เบา แบตอยู่ได้นานพอควร ไม่มี DVD นะ
notebook = ครบครัน

1 ขนาดหน้าจอ และน้ำหนัก

เลือกตามความเหมาะสม และลักษณะการใช้งานนะครับ ไม่ใช่ว่าหน้าจอใหญ่ๆจะดีเสอมไป เพราะยิ่งหน้าจอใหญ่เท่าไหร่ น้ำหนักจะยิ่งมากนะครับ หน้าจอที่นิยม ก็คือ 14 นิ้ว นะครับ เล็กลงมาหน่อย 13.3 ถ้าใครชอบหน้าจอใหญ่ๆ ก็ 15.6 นิ้ว น้ำหนักโดยเฉลี่ยของแต่ละรุ่น

ขนาดหน้าจอ 10-13 น้ำหนักประมาณ 1.1-1.4 กิโลกรัม ( netbook)
ขนาดหน้าจอ 13.3 น้ำหนักประมาณ 1.3 -2.0 กิโลกรัม
ขนาดหน้าจอ 14 น้ำหนักประมาณ 1.8-2.4 กิโลกรัม
ขนาดหน้าจอ 15.6 น้ำหนักประมาณ 2.1-2.8 กิโลกรัม

2 Cpu โดยขอพูดถึงรุ่นนิยมของ intel

Core-i3 เหมาะสำหรับคนทำงานเอกสารทั่วไป ดูหนังฟังเพลง เล่นเนทได้ชิวๆเลยครับ ( เล่นเกม์ พอได้นะครับ เช่นบวก Dota )
Core-i5 เหมาะสำหรับคนเล่นเกมส์ แปลงไฟล์เรนเดอร์งานสามมิติ เขียนโปรแกรม
Core-i7 คอร์เกมตัวยง นักวิศวะกรรม ออกแบบทำงานสามมิติ
Atom จะเป็น cpu สำหรับ netbook นะครับ กินไฟฟ้าน้อย ประหยัดพลังงาน เหมาะกับงานออฟฟิตทั่วไป

โดย ตระกูล Core-i จะแบ่งย่อยอีกเป็น 2 พวก คือ พวกประหยัดพลังงาน และ ปกติ

รุ่นประหยัดพลังงาน เช่น Intel Core i5-3317U ( จะลงท้ายด้วย U )
รุ่นปกติ เช่น Intel Core i5-3210M

โดย รุ่นปัจจุบันของ Core-ie มาถึงรุ่นที่ 3 แล้ว จะเห็น ตัวเลข 3 นำหน้านะครับ ถ้าใครเจอ i5-2210 แบบนี้คือ gen 2 ถ้าถามว่ามันต่างกันอย่างไรหลักๆจะอยู่ดีการประหยัดพลังงานและความร้อน ความเร็วไม่ต่างกันเยอะ

ถ้าใครซื้อไปทำรายงาน เล่น facebook เข้าเว็บไซต์ แล้ว ไปซื้อ core-i7 ผมว่าดูแล้วไม่คุ้มค่าเอาสักเลย แต่ถ้าใครมีเงินก็ซื้อได้จ้า

3 VGA

เป็นการด์แสดงผล หลักๆเลยนะครับเอาไว้เล่นเกมส์ กับทำงาน graphic ตัดต่อ ถ้าดูหนังหนังปกติไม่ต้องซื้อก็ได้นะครับ เพราะปกติ Cpu สมัยนี้จะมีการ์ดจอในตัวอยู่แล้วเช่น Intel HD Graphics 4000 ( โดยจะเรียกว่า การ์ดจอ On board ) แค่นี้ก็พอกับการเช่นเล่นเกมส์ออนไลน์บางเกมส์ได้ชิวๆแล้วนะครับ

สำหรับ VGA การ์ดในตลาด จะมี 2 ค่ายใหญ่ คือ AMD กับ NVidia

AMD serial ปัจจุบันจะเป็น AMD Radeon HD 7xxx ยิ่งเลขมากก็จะยิ่งแรงนะคับ
nVidia serial ปัจุุบันจะเป็น nvidia GeForce GT 6xx ยิ่งเลขมากก็จะยิ่งแรง
( nvdia เริ่มมี serial 7 ออกละแต่ยังน้อยๆ มากๆ )

intel HD Graphics 4000 ยังแรงกว่า nvidia 610 อีกนะครับ


วิธีเลือกซื้อ โน๊ตบุ๊ค สำหรับ นักเรียน นักศึกษา ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/โน๊ตบุ๊ค/

เจ้าตัวนี้อาจจะมีคนรู้จักน้อยกว่าเพื่อนๆ ในอันดับอื่นๆ แน่นอน เพราะมันยังใหม่ มันถูกนำเข้ามาจากแอฟริกา ซึ่งมองภายนอกมันเหมือน “แมว” เรียกว่าเป็นแมวป่าก็คงไม่ผิดนัก ราคาค่างวดก็แค่ 20,000 อัพเท่านั้นเอง นิสัยส่วนตัวชอบอยู่โดดเดี่ยว ชอบปีนป่ายตามต้นไม้ กินพวกสัตว์ขนาดเล็กเป็นอาหาร ผลไม้บางชนิดก็กินนะ

อัตราความน่ารัก : 3 ดาว

อันดับ 9 เต่าเสือดาว
ปัจจุบันเต่าเสือดาวแอฟริกาใต้เป็นเต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก เต่าชนิดนี้สามารถเติบโตจนมีขนาดกระดองยาวได้ถึง 23 นิ้ว เต่าเสือดาวแอฟริกาใต้มีลักษณะเฉพาะอีกประการหนึ่ง คือผิวหนัง”ตกกระ”พวกมันจะมีจุดดำเล็กๆกระจายตามผิวหนัง กระนี้เห็นได้ชัดในลูกเต่าที่เพิ่งฟักจากไข่และเต่าวัยอ่อนก่อนจะค่อยๆเลือนหายไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น เต่าเสือดาวต้องการคอกเลี้ยงที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และควรจัดให้อยู่กลางแจ้งเสมอหากสภาพอากาศอำนวย หากอยู่ตามธรรมชาติจะเป็นสัตว์สันโดษและจะก้าวร้าวอาศัยต้องอยู่ร่วมกันอย่างแออัด เมื่อนำหลายตัวอยู่ด้วยกันต้องมีห้องหรือที่กำบังอย่างเพียงพอเพื่อให้พวกมันเลี่ยงการเผชิญหน้ากับตัวอื่นๆ และไม่ควรนำตัวผู้มาอยู่รวมกันเพราะพวกมันจะต่อสู้กันเพื่อแย่งสิทธ์ในการผสมพันธุ์ ด้วยความที่มันต้องการพื้นที่เยอะ และราคาที่สูงที่สุด บางตัวขายกันมากกว่า 250,000 บาทกันเลยทีเดียว และเนื่องด้วยมันเป็นเต่าที่มจากแอฟริกา อาหารหลักของมันจึงเป็นหญ้าครับ แต่ถ้าจะให้ผักเหมือนเต่าทั่วไปก็ได้ครับ ไม่มีปัญหา และนกเหนือจากนั้นหากมีการเสริมแคลเซียมให้เต่าด้วยก็จะเป็นการดีมากครับ
อัตราความนารัก : 4 ดาว

อันดับ 8 ชูก้าไกลเดอร์เผือก

เหตุที่มีคนสนใจน้อยเพราะราคามัน “สูง” กว่าชูก้าธรรมดาหลายเท่าตัว ซึ่งราคาปกติจะขายกันที่ 25,000 บาท แต่ด้วยความน่ารักของมันแล้วจึงทำให้เริ่มมีผู้นิยมเลี้ยงกันมากขึ้น
อัตราความน่ารัก : 5 ดาว

อันดับ 7 ชินชิล่า

ชินชิลล่า เป็นสัตว์ป่าซึ่งมีถิ่นกำเนิดในเทือกเขา Andes ในแถบอเมริกาใต้ แถบประเทศอาเจนตินา โบลิเวีย ชิลี และเปรู ถูกมนุษย์นำมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง เมื่อปี ค.ศ.1810 และสามารถเพาะขยายพันธุ์ในกรงเลี้ยงได้เป็นผลสำเร็จ เมื่อปี ค.ศ.1900 ชินชิลล่าเป็นสัตว์ฟันแทะที่มีหูกางใหญ่คล้ายหนู ขนาดรูปร่างคล้ายกับกระต่าย ขนมีลักษณะแน่นและหนา เพื่อป้องกันตัวเองจากอากาศหนาวเย็นบนเทือกเขาสูง อุ้งเท้าออกแบบมาเพื่อการเดินบนแผ่นหิน มีหลากหลายสีสันเช่น สีเทา สีเทาอ่อน สีดำ หางยาวเป็นพวงคล้ายกระรอก ซึ่งคนทั่วไปคิดว่ามันเป็นหนูธรรมดา และราคาที่แพงไม่ใช่เล่นตกค่างวด 13,000 บาท จึงทำให้มันเป็นที่หมายปองแต่ไม่ซื้อไปเลี้ยงมากเท่าตัวอื่น และเนื่องจากนิสัยตามธรรมชาติของชินชิลล่าจะเป็นสัตว์ที่กระตือรือร้นและชอบสำรวจ ดังนั้นผู้เลี้ยงต้องดูแลเอาใจใส่และควรจะพาออกไปเดินเล่นนอกกรงอย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง เพื่อออกกำลังกายและลดความเครียดของเค้าครับ
อัตราความน่ารัก : 5 ดาว

อันดับ 6 เฟนเน็คฟ็อกซ์

เป็นจิ้งจอกที่เล็กที่สุดในโลกแห่งทะเลทรายซาฮารา กินอาหารทั้งพืชและสัตว์ ดำรงชีวิตอยู่ในทะเลทรายที่แห้งแล้ง ขนที่อุ้งเท้ามีความหนาเป็นพิเศษเพื่อให้พวกมันสามารถเดินบนทรายที่ร้อนระอุได้ ขนสีน้ำตาลอมส้มช่วยให้สามารถอำพรางตัวได้ดีในทะเลทราย วิธีการเลี้ยงสำหรับคนที่ไม่เคยเลี้ยงเฟนเน็คฟ็อกซ์มาก่อน ขั้นตอนง่ายๆ เหมือนกับการเลี้ยงสุนัขทั่วไป มีอุปกรณ์พื้นฐานได้แก่ กรงเลี้ยง ถ้วยอาหาร กระบอกขวดน้ำ และอาหารเม็ด อาจเสริมด้วยเนื้อไก่ต้ม เฟนเน็คฟ็อกซ์เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายแต่ต้องอยู่ในความดูแลเพราะเป็นสุนัขจิ้งจอกพันธุ์เล็ก มีกระดูกอ่อน ดั้งนั้นจึงเล่นขย้ำเหมือนสุนัขทั่วไปไม่ได้เพราะอาจจะทำให้เกิดกระดูกหักได้ ข้อควรระวังสำหรับเฟนเน็คฟ็อกซ์ คือเรื่องกระดูกที่หักเปราะง่ายและอาการท้องเสียเนื่องจากอาหารที่ผู้เลี้ยงให้ ทั้งต้องระวังเรื่องของเชื้อโรค หากยังให้วัคซีนไม่ครบซึ่งในระยะนี้ต้องระวังเป็นพิเศษเพราะว่าเฟนเน็คฟ็อกซ์สามารถติดโรคที่อยู่ในเมืองได้ง่าย เนื่องจากในป่าไม่ค่อยมีโรค ไม่มีไข้หัด ไม่มีลำไส้อักเสบ ราคาค่าตัวของมันทำให้หลายๆ คนได้แต่ฝัน เพราะคู่ละ 100,000 บาท T^Tเฟนเน็คฟ็อกซ์มีความว่องไวเหมือนพังพอนสามารถจับแมลงได้อย่างรวดเร็ว สามารถกินงูหางกระดิ่งได้ หรือกินแมงป่องที่มีพิษได้เพราะเคลื่อนไหวเร็วกว่า เฟนเน็คฟ็อกซ์ จะตะปบจนเหล็กในหลุดหรือหักก่อนแล้วถึงจะกิน บางทีก็อาจจะกินลูกหนูขนาดเล็ก หรือไข่นกที่วางอยู่ตามพื้น เขาจะได้กินน้ำจากพืชเป็นส่วนใหญ่ อย่างพวกตระกูลตะบองเพชรเพราะในทะเลทรายหาน้ำยาก เขาก็จะกินน้ำจากพืชที่พอหาได้ ซึ่งพฤติกรรมตามธรรมชาติแล้วจะหากินแยกกันเป็นคู่และไม่ออกล่าเป็นฝูงอย่างที่เราเคยเห็น
อัตราความน่ารัก : 3 ดาว


10 อันดับ สัตว์เลี้ยง แสนแปลก (แต่น่ารัก) ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/สัตว์เลี้ยง/

ปัญหารูขุมขนกว้างส่วนใหญ่จะพบได้ที่บริเวณ T-zone และแน่นอนค่ะปัญหานี้จะพบได้ในทุกๆ คนโดยเฉพาะคนผิวมันจะพบปัญหานี้เป็นส่วนใหญ่ และบางคนก็เกิดจากพันธุกรรมอีกด้วย ซึ่งปัญหาเรื่องรูขุมขนนี้ต้องบอกก่อนเลยว่ามันจะไม่สามารถเล็กเนียนแบบไร้รูขุมขนเลยไม่ได้นะจ๊ะสาวๆ แต่เราสามารถแก้ปัญหาให้รูขุมขนเราเล็กลง กระชับขึ้นได้ด้วย 5 ไอเดียนี้ ที่เราจะมาเสนอให้สาวๆ Spice ได้ลองทำกันดูจ้า

#1 ล้างหน้าด้วยอุณหภูมิห้องหรือน้ำเย็นวันละ 2 ครั้ง

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลปัญหาต่างๆ บนผิวหน้าของเรา คือการล้างหน้าให้สะอาดเป็นอันดับแรกนะจ๊ะสาวๆ เพราะเป็นการขจัดสิ่งสกปรกให้ออกไปจากใบหน้าและเป็นการทำความสะอาดรูขุมขน เมื่อรูขุมขนสะอาดเเล้วก็ช่วยลดปัญหารูขุมขนกว้างได้ แต่ที่สำคัญ การล้างหน้าเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ไม่ควรล้างบ่อยเกินวันละ 2 ครั้งนะ

#2 ใช้ก้อนน้ำแข็งประคบบนใบหน้า

ให้นำเอาน้ำเเข็งก้อนที่สะอาดมาถูวนบริเวณใบหน้า เน้นตรงบริเวณ T-zone ถูวนไปครั้งละประมาณ 30 วินาที ทำเป็นประจำในช่วงเช้าหรือก่อนนอนก็ได้ วิธีนี้จะทำให้ใบหน้ากระชับขึ้นและรูขุนขนเล็กลง ที่สำคัญเลยคือสาวๆ ห้ามน้ำก้อนน้ำแข็งแช่ไว้บนใบหน้าบริเวณใดเป็นเวลาๆ นานเด็ดขาด เพราะจะทำให้หน้าแดงได้นะ หลังจากทำเสร็จเป็นที่พอใจแล้ว ให้ล้างหน้าที่น้ำอุณหภูมิปกติเพียงเท่านี้เอง ง่ายใช่ไหมล่ะ

#3 สครับผิวอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง

การสครับผิวเป็นอีกวิธีที่ทำให้รูขุมขนเล็กลงได้ เพราะเป็นการจำกัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้ว ซึ่งถ้าไม่กำจัดเซลล์ผิวที่ตายนี้ออกไปอาจจะทำให้อุดตันรูขุมขนเพราะไม่สามารถกำจัดออกไปได้ นอกจากจะก่อให้เกิดรูขุมขนกว้าง สิวอุดตันก็จะโผล่มาจ๊ะเอ๋บนใบหน้าได้อีกด้วย การสครับผิวนี้ควรทำแค่อาทิตย์ละ 1-2 ครั้งก็พอนะสาวๆ

#4 กระชับรูขุมขนด้วยน้ำมะนาว

มะนาวนี่แหละตัวช่วยให้รูขุมขนเรากระชับได้เป็นอย่างดี ขั้นแรกให้ล้างหน้าให้สะอาด ค่อยๆ ซับหน้าให้แห้ง จากนั้นนำน้ำมะนาวมาทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิปกติหรือจะตามด้วยน้ำเย็นอีกทียิ่งดี ทำติดต่อกันอาทิตย์ละ 2 – 3 ครั้ง ถ้าทำเป็นประจำเชื่อได้ว่ารูขุมขนของสาวๆ จะเล็กลงอย่างแน่นอน

#5 โทนเนอร์กระชับรูขุมขน

โทนเนอร์ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้รูขุมขนกระชับขึ้นได้เหมือนกัน จึงควรใช้โทนเนอร์ในการทำความสะอาดผิวหน้าอีกครั้งหลังการล้างหน้า ซึ่งโทนเนอร์นี้เป็นขั้นตอนเช็คว่าผิวเราสะอาดจริงๆ แล้วหรือยังและยังช่วยลดสิ่งอุดตันต่างๆ ทำให้ผิวดูกระชับขึ้น


ไอเดีย กระชับรูขุมขน ให้กลับมาเนียนใสกิ๊ง ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/รูขุมขนกว้างวุฒิศักดิ์/

อยากรู้กันไหมคะว่าช่วงนี้ อาหารไทย เมนูอะไรมาแรงแซงทางโค้งมากที่สุด ในแบบที่วัยรุ่นชอบ ถ้ายังคิดกันไม่ออกก็ลองมาดู 5 เมนูสุดจี๊ดพร้อมวิธีการทำที่เรานำมาฝากกันได้เลยค่ะ

ปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอร้านอาหารเปิดกันให้เห็นเยอะแยะเต็มไปหมด จนวัยรุ่นอย่างเราเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว ว่าจะรวมกลุ่มกันไปตะลุยร้านไหนก่อนดี ยิ่งเป็นร้าน อาหารไทย รสแซ่บแล้วด้วยละก็ บอกได้คำเดียวว่าไม่พลาดที่จะแวะชิมอย่างแน่นอน แต่ก็ใช่ว่าร้านอร่อยเจ้าประจำของเราจะเปิดบริการไปซะทุกวัน วันนี้ Parpaikin จึงขออาสารวบรวมเมนูเด็ดพร้อมวิธีทำมาฝากกันค่ะ จี๊ดทะลวงไส้กันทุกเมนูแน่นอน!

1.ส้มตำถาด

ส้มตำ เป็นเมนูอาหารที่คนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ด้วยรสเปรี้ยวอมหวาน เผ็ดแซ่บ เร่าร้อนถึงใจ ผสมผสานได้อย่างลงตัว สามารถทานคู่กับ อาหารไทย ชนิดอื่นได้หลายอย่าง และเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก จะกินกับครอบครัว หรือผองเพื่อนก็อร่อยแซ่บแบบสุดๆ มาลงมือทำกันเลยดีกว่าค่ะ ส้มตำถาดปูปลาร้า เพียบพร้อมด้วยเครื่องเคียงอลังการ

วัตถุดิบ

เส้นมะละกอสับ 1 กำมือ
ปูเค็มลวกสุก 1 ตัว
ถั่วฝักยาว (หักเป็นท่อน) 1 ฝัก
มะเขือเทศ 1 ลูก
กระเทียม 3 กลีบ
พริกขี้หนู (ตามชอบ)
น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา
น้ำปลาร้า 1 ทัพพี
มะนาว 1 ลูก
น้ำปลา 1 ช้อนชา
ผงชูรส
เม็ดกระถิน
เครื่องเคียง ได้แก่ ขนมจีน แคบหมู ปลากรอบ ไข่เป็ดต้มสุก ไข่เค็มต้มสุก ไข่เยี่ยวม้า หน่อไม้ต้มสุก หมูยอ และผักสดตามชอบ
วิธีทำ

ขั้นตอนแรกให้ตำกระเทียม พริกขี้หนู และน้ำตาลปี๊บเข้าด้วยกัน หั่นมะเขือเทศตามลงไป ใส่ถั่วฝักยาว ตำพอแหลก ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า น้ำมะนาว น้ำปลา และผงชูรส ตำให้พอเข้ากัน ใส่ปูเค็ม (ตำเบาๆ )ตามด้วยมะละกอสับ และคลุกให้เข้ากัน ตักใส่ถาด เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง ตกแต่งให้สวยงามน่ารับประทานค่ะ จัดเต็มความแซ่บกันได้เลย!

2.ยำขนมจีน

ยำขนมจีนรสเด็ด เผ็ดนำตามด้วยเปรี้ยว ความกลมกล่อมที่ซึมอยู่ในเส้นกับเนื้อปลาทูแสนอร่อย อีกหนึ่งเมนูยอดนิยม เมื่อนึกถึงทีไรเป็นอันต้องกลืนน้ำลายตามทุกที ครั้นจะไปตามหาร้านที่ขายแบบแซ่บๆ ถูกใจก็คงจะยากอยู่สักหน่อย วันนี้เราเลยเอาสูตรวิธีทำง่ายๆ มาฝากกันค่ะ

วัตถุดิบ

ขนมจีน
ปลาทูทอด
ถั่วฝักยาวซอย
ต้นหอมซอย
พริกแดงซอย
น้ำปลาร้าต้มสุก
มะนาว
น้ำตาลปี๊บ
น้ำปลา
พริกป่น
วิธีทำ

เตรียมเครื่องปรุงและวัตถุดิบครบแล้วก็ลงมือทำได้ค่ะ เริ่มจากนำน้ำปลาร้าที่ต้มสุกแล้วเทลงในชาม ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ คนให้เข้ากันจนละลายก่อน จากนั้นใส่พริกป่น น้ำมะนาว พริกแดงซอย ต้นหอม และถั่วฝักยาวที่หั่นเตรียมไว้ตามลงไป คลุกเคล้าทั้งหมดให้เข้ากัน เมื่อได้รสชาติที่ถูกใจแล้ว นำเส้นขนมจีนใส่ลงไปในน้ำยำให้ซึมเข้าสู่เส้นเพื่อความกลมกล่อม ฉีกเนื้อปลาทูใส่ลงไปเป็นลำดับสุดท้าย (ระวังก้างนะคะ เดี๋ยวจะติดคอได้) คนให้เข้ากัน เป็นอันเรียบร้อยพร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ ง่ายมากเลยใช่ไหมคะ

3.เล้งแซ่บ

นับว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูยอดฮิตในหมู่วัยรุ่นที่หิวเมื่อไรก็ต้องนึกถึง “เล้งแซ่บ” ไม่ว่าจะเป็นตัวน้ำซุปที่มีรสจัดจ้าน กระดูกเล้งติดเนื้อเน้นๆ ไม่มีมันเข้ามาผสม ซึ่งถ้านำมาต้มทำน้ำซุปจะได้ซุปรสชาติหวานหอม ตักซดจนวางช้อนไม่ลงเลยละค่ะ ร้านใดมีเมนูนี้คู่ครัว เชื่อว่าลูกค้าต้องสั่งเป็นอันดับแรกๆ อย่างแน่นอน

วัตถุดิบ

กระดูกเล้ง 1 กิโลกรัม
ข่า 1 หัว
ตะไคร้ 1 ต้น
ใบมะกรูด 3 ใบ
รากผักชี 6 ราก
พริกขี้หนูสวนตามชอบ
พริกแห้งทอด
ผักชี
เกลือทะเล 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 1 ทัพพี
น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา
น้ำมะนาว ตามชอบ
วิธีทำ

เริ่มจากโขลกพริกขี้หนูสวนรอไว้ จากนั้นล้างกระดูกเล้งให้สะอาด ใส่น้ำเปล่าให้เต็มหม้อ ตามด้วยข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด เกลือ และกระดูกเล้ง ยกขึ้นตั้งไฟทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วยกลง เทน้ำเก่าทิ้งแล้วใส่น้ำใหม่เข้าไปให้เต็มหม้อ ต่อด้วยรากผักชี เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ เมื่อน้ำเดือดให้เติมซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย และน้ำตาลมะพร้าว ต้มต่ออีก 2 ชั่วโมง จนกระดูกเล้งเปื่อยได้ที่ ตักพริกที่เราโขลกไว้ใส่ชาม ตามด้วยน้ำมะนาว อยากได้รสเปรี้ยวเผ็ดขนาดไหนเลือกเอาตามใจชอบได้เลยนะคะ เมื่อปรุงทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาเจอหน้าตาพระเอกอย่างเล้งของเราแล้วค่ะ ตักเล้งแสนเปื่อยพร้อมน้ำซุปลงชามที่ปรุงรสไว้ เป็นอันยกเสิร์ฟได้จ้า เตรียมซดซุปสุดแซ่บกันให้หนำใจกันไปเลย



เมนูอาหาร ไทยถูกใจวัยรุ่น ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/เมนูอาหาร/

ประตูตู้อาบน้ำหรือห้องอาบน้ำนั้น มักจะมีคราบสบู่ติดอยู่ การล้างทำความสะอาดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งใช้ไปนาน ๆ ประตูสวย ๆ ใส ๆ ก็กลายเป็นขุ่นมัวดูไม่สะอาดน่าใช้เหมือนเดิม แต่ทั้งนี้ หากเรารู้วิธีในการดูแลทำความสะอาด คราบสบู่ คราบน้ำเหล่านั้น ก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป เพราะนอกจากจะทำความสะอาดได้แล้ว ยังป้องกันไม่ให้คราบเหล่านั้นกลับมาใหม่ได้อีกด้วย

สิ่งที่ต้องเตรียมมีดังนี้

เบกกิ้งโซดา
น้ำส้มสายชูขาว
ช้อน และภาชนะเล็ก ๆ
ฟองน้ำล้างจาน
ที่เช็ดกระจกแบบฟองน้ำ ขนาด 10 นิ้ว
ที่เช็ดกระจกแบบยาง ขนาด 12 นิ้ว
Rain-X แบบ 2 อิน 1 ที่ใช้สำหรับกันไม่ให้น้ำฝนเกาะกระจก
ผ้าเช็ดมือ

เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็เริ่มกระบวนการทำความสะอาดได้เลย ดังนี้

ทำความสะอาดพื้นผิว จากนั้นก็ใช้เบกกิ้งโซดา ผสมกับน้ำส้มสายชู ทาบนประตูกระจก ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที น้ำส้มสายชูนั้นเป็นกรด แต่ก็สามารถนำมาใช้ในเรื่องของการทำความสะอาดได้ดี กรดในน้ำส้มสายชูนี้จะช่วยขจัดฝุ่น และสิ่งสกปรกต่าง ๆ ได้ดี ส่วนเบกกิ้งโซดานั้นเป็นโซเดียม คาร์บอเน็ต เมื่อนำมาผสมกับน้ำส้มสายชู จะกลายเป็น กรดคาร์บอนิค ซึ่งมีประสิทธิภาพในการขจัดคราบได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับส่วนผสมของน้ำส้มสายชูกับเบกกิ้งโซดานั้น ให้ใช้เบกกิ้งโซดา ½ ถ้วย ใส่ลงในภาชนะเล็ก ๆ แล้วใส่น้ำส้มสายชูลงไป ใช้ช้อนคนให้เข้ากัน

ใช้ฟองน้ำล้างจานชุบส่วนผสม แล้วทาลงบนประตูกระจก ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที
ใช้ที่ทำความสะอาดกระจกแบบฟองน้ำ และน้ำเปล่า ขัดทำความสะอาด
ใช้ที่ทำความสะอาดกระจกแบบยาง ปาดบริเวณประตูกระจกจนแห้ง และเช็ดตามขอบด้วยผ้า
เมื่อเสร็จกระบวนการนี้ เราจะไม่เห็นคราบสกปรกบนประตูแล้ว และถ้าหากไม่ต้องการให้คราบสกปรกนั้นกลับขึ้นมาอีก ก็ให้ใช้ Rain-X แบบ 2 อิน 1 ช่วย โดยฉีดสเปรย์ให้ทั่ว จากนั้นก็ใช้ผ้านุ่ม ๆ เช็ด และอาจจะใช้ซ้ำเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันคราบอย่างต่อเนื่อง
เทคนิคนี้ ไม่เพียงใช้ได้ดีกับประตูกระจกห้องอาบน้ำเท่านั้น ยังใช้กับกระจกหน้าต่างได้อีกด้วย

วิธีทำความสะอาดคราบสบู่ออกจากประตูห้องอาบน้ำ สุขภัณฑ์ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/สุขภัณฑ์/

 เปิดตัวสมาร์ทโฟนกลุ่มเรือธงไว้สองไลน์ ได้แก่ Galaxy S และ Galaxy Note ซึ่ง Galaxy S นั้นเปิดตัวรุ่นแรกครั้งแรกเมื่อปี 2010 ปัจจุบันคือ Galaxy S8 ซึ่งเปิดตัวเมื่อต้นปปี 2017 โดย Galaxy S9 อาจเป็นเรือธงรุ่นสุดท้ายของซีรีส์ Galaxy S ครับ

แหล่งที่มาจากประเทศเกาหลีเผยว่า สมาร์ทโฟน Galaxy S10 ที่คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2019 นั้น จะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Galaxy X โดย Samsung เลือกเปลี่ยนชื่อเพราะป้องกันความยุ่งยากที่จะเกิดในอนาคตในเรื่องของชื่อ เช่น Galaxy S11 หรือ Galaxy S15 นั่นเองครับ

นอกจากนี้ Samsung ยังมีแผนการที่จะพัฒนาสมาร์ทโฟนเรือธงให้ดียิ่งกว่าเดิม การเปลี่ยนชื่อจึงอาจเป็นการยกระดับเรือธงด้วยนั่นเองครับ



Galaxy S9 จะเป็น สมาร์ทโฟน เรือธงรุ่นสุดท้ายของ Samsung ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/สมาร์ทโฟน/

สำหรับบทความนี้จะขอนำความรู้สำคัญ เกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนเลี้ยงสุนัขมาฝากผู้ที่กำลังสนใจอยากจะนำเจ้า หมา ขนปุย แสนรู้ แสนน่ารัก เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว

ก่อนจะรับเจ้า หมา สักตัวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว หลายคนมักมองข้ามสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งไปคือ การเตรียมความพร้อมที่ดี ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้เราเลี้ยงเขาได้ราบรื่น ไม่ติดขัด สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าต้องเตรียมความพร้อมยังไง วันนี้ Petcitiz ได้รวบรวมข้อมูลความรู้ อัดแน่นไปด้วยสาระสำคัญที่แสนจะเข้าใจง่ายมาไว้ให้แล้ว ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยค่ะ

1.เตรียมตัวเตรียมใจ
ขั้นแรกของการเริ่มต้นที่จะรับสุนัขเข้ามาเลี้ยงนั่นคือ การเตรียมตัวเตรียมใจของผู้เลี้ยง Petcitiz อยากจะให้เริ่มสำรวจตัวเองก่อนว่า พร้อมแล้วจริงๆ ไหมสำหรับการรับสุนัขมาเลี้ยงสักตัว เพราะอยากให้เพื่อนๆ คิดว่าเขาคือหนึ่งชีวิตที่เราจะต้องคอยดูแลไปอีกนานนับ 10 ปี หลายคนอาจคิดว่าการเลี้ยงเจ้า หมา ก็คล้ายกับการเลี้ยงลูก แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า เลี้ยงสุนัขนั้นยากกว่าเลี้ยงลูกเยอะเลยค่ะ เพราะเมื่อเขามีอายุมากขึ้น เขาจะไม่สามารถดูแลตนเอง หรือออกไปหาอาหารเองได้เหมือนกับคน ซึ่งตรงนี้คือจุดแตกต่างค่ะ ฉะนั้นเมื่อเราตกลงที่จะเลี้ยงเขาแล้ว นั่นหมายถึงว่าเราต้องรับผิดชอบชีวิตเขาทั้งชีวิตนะคะ จึงต้องสำรวจความพร้อมของตัวเองให้ดีเสียก่อน เมื่อคิดได้อย่างมั่นใจแล้วว่าพร้อมที่จะเลี้ยง ก็ตามไปดูที่ข้อต่อไปได้เลยค่ะ

2.สถานที่เลี้ยงดู
สถานที่ที่ใช้เลี้ยงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญมากเช่นกัน เพราะสถานที่ที่ใช้เลี้ยงนั้นอาจจะสัมพันธ์กับขนาด และสายพันธุ์ของสุนัขบางประเภท เราต้องคำนึงถึงที่อยู่อาศัยของเราด้วย เช่น บ้านเดี่ยว หรือ ทาวน์เฮ้าส์ ปัญหาในการเลี้ยงก็จะมีน้อย ส่วนเพื่อนๆ ที่พักอยู่ในห้องเช่า คอนโดมิเนียม หรือบ้านเช่า ต้องพิจารณาจากสถานที่นั้น และดูว่าทางที่พักอนุญาตให้นำสัตว์เข้ามาเลี้ยงได้หรือไม่ ในกรณีนี้ผู้เลี้ยงต้องไปสอบถามให้แน่นอน มิเช่นนั้นอาจเกิดปัญหาตามหลังมาได้นะคะ

3.เวลา
เรื่องเวลาก็ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะการรับสุนัขมาเลี้ยง เราจำเป็นที่จะต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้นกว่าเดิม เสียสละเวลาของตนมากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งบ้านไหนที่มีเจ้าของอยู่คนเดียว เวลาที่เราออกไปข้างนอกไม่ว่าจะไปทำงานทั้งวัน หรือออกไปซื้อของแค่เพียง 5-10 นาที สังเกตไหมว่าทำไมเขาถึงดีใจทุกครั้งที่เรากลับมา นั่นเป็นเพราะว่าเขามีเราแค่เพียงคนเดียว ไม่มีใครอื่นเพิ่มเติม ส่วนเรานั้นมีเพื่อน มีสังคม ดังนั้น โลกทั้งใบของเขาก็คือ “เรา” เมื่อคิดจะเลี้ยงสุนัขไว้เป็นเพื่อนสักตัว เราจึงต้องแบ่งเวลาส่วนหนึ่งมาใส่ใจเขาด้วยนะคะ

4.ค่าใช้จ่าย
บางคนอาจจะคิดว่าแค่สุนัขตัวเดียวคงไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรมากมายหรอก แต่แท้จริงแล้วนอกจากค่าอาหารรายเดือน และค่าอุปกรณ์ เช่น ที่นอน สายจูง ของเล่น เสื้อผ้า ฯลฯ Petcitiz อยากให้เพื่อนๆ อย่าลืมที่จะสำรองเงินอีกส่วนหนึ่งเผื่อไว้ด้วยนะคะ เงินส่วนนี้จะเป็นเงินสำรองเมื่อยามสุนัขเจ็บป่วย จะได้ไม่ต้องกังวล หรือเดือดร้อนค่าใช้จ่ายประจำวันของเรานั่นเองค่ะ

5.การเลือกสายพันธุ์
ข้อแนะนำเกี่ยวกับเรื่องการเลือกสายพันธุ์ที่จะเลี้ยงก็คือ พื้นที่เลี้ยงต้องสัมพันธ์กับขนาด และสายพันธุ์ของสุนัขบางประเภท เช่น เราพักอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ แต่อยากเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่อย่าง พิตบูล แบบนี้ก็ไม่ค่อยแนะนำนะคะ เพราะสายพันธุ์นี้มีพลังงานสูง ต้องการใช้พลังงานมาก แต่ถ้าลองเปลี่ยนใจไปเลือกเจ้าตูบขนาดกลางหรือเล็ก ก็น่าจะเหมาะสมกว่าค่ะ เมื่อตัดสินใจเลือกสายพันธุ์ได้แล้วก็ให้หาแหล่งที่ขาย หรือฟาร์มสุนัขที่ไว้ใจได้ อาจเป็นลูกสุนัขที่มาจากสุนัขบ้าน (ที่เลี้ยงในบ้านไม่ได้เป็นฟาร์ม) คือเป็นสุนัขที่เจ้าของเลี้ยงไว้แล้วเกิดคลอดขึ้นมา เขาเลยแบ่งขาย ตรงส่วนนี้ก็อาจจะได้ราคาพิเศษกว่าตามร้านขายทั่วไป หลังจากนั้นก็อย่าลืมสอบถามเรื่องการฉีดวัคซีน และการถ่ายพยาธิ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญมากนะคะ หากผู้ขายตอบคำถามไม่ได้ หรือไม่มีใบรับรองเรื่องการฉีดวัคซีน ควรหลีกเลี่ยงการซื้อสุนัขจากเจ้านั้น แต่ถ้าเป็นสุนัขที่มีเพื่อน หรือคนรู้จักมามอบให้ เราก็สามารถนำไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลสัตว์เองได้ โดยปกติแล้วจะเริ่มทำการฉีดวัคซีนเข็มแรกตอนลูกสุนัขอายุได้ 6-8 สัปดาห์ รายละเอียดเรื่องการฉีดวัคซีนก็มีดังนี้ค่ะ


ก่อนเลี้ยงน้องหมาต้องเตรียม อาหารหมา อย่างไร ดูเพิ่มเติมได้ที https://www.petcitiz.info/อาหารหมา/

โรคไข้เลือดออก กำลังระบาดอย่างหนักในช่วงฤดูฝนนี้ และทุก ๆ ปี ก็จะมีผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคร้ายนี้ไปไม่น้อย ทั้ง ๆ ที่ เราสามารถป้องกันไม่ให้โรคไข้เลือดออกมาคุกคามเราได้ง่าย ๆ เพียงแค่พยายามอย่าให้ยุงกัด ไม่ว่าจะเป็นการทายากันยุง หรือใช้สมุนไพรอะไรก็ได้ รวมทั้งการกำจัดลูกน้ำยุงลายที่ชอบเพาะพันธุ์อยู่ตามแหล่งน้ำนิ่ง ๆ เพื่อไม่ให้เติบโตขึ้นมาเป็นยุงรังควาญเราได้

หากใครยังไม่ทราบว่าเราควรกำจัดลูกน้ำยุงลายอย่างไรจึงจะถูกวิธี และได้ผลจริง ลองมาดูคำแนะนำง่าย ๆ แต่ได้ผลดีในการกำจัดลูกน้ำยุงลายที่เกิดในแต่ละภาชนะ ที่ นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ เคยแนะนำไว้ใน นิตยสารหมอชาวบ้าน รับรองว่าเป็นประโยชน์มากทีเดียว

ยุงลาย ไข้เลือดออก
ภาชนะที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่สำคัญตามลำดับในบ้านของท่านผู้อ่าน ได้แก่
1. โอ่งน้ำใช้
2. ขาตู้กันมด
3. โอ่งน้ำดื่ม
4. ถังซีเมนต์ในห้องน้ำ
5. ภาชนะอื่น ๆ เช่น จานรอง กระถางต้นไม้ ไห แจกันพลูด่าง ยางรถยนต์ ที่ใส่น้ำให้สัตว์ เป็นต้น
6. โอ่งซีเมนต์ขนาดใหญ่ (โอ่งจัมโบ้)

ท่านควรจะหาเวลาสำรวจภาชนะเหล่านี้เป็นประจำ ถ้าพบว่ามีลูกน้ำก็แน่ใจได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าเป็นลูกน้ำยุงลาย
การป้องกันไม่ให้ยุงลายกัด เช่น ครอบมุ้งเวลาลูก ๆ นอนตอนกลางวัน หรือจุดยากันยุง ฉีดพ่นยากันยุง เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่การกำจัดลูกน้ำยุงก่อนที่จะกลายเป็นยุงลาย เป็นสิ่งที่แก้ปัญหาตรงต้นเหตุและได้ผลดีกว่า ซึ่งท่านสามารถจะดำเนินการได้ด้วยตนเอง และจะดียิ่งขึ้นถ้าท่านชักชวนเพื่อนบ้านใกล้เคียงกำจัดลูกน้ำยุงลายไปพร้อมกัน
ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำง่าย ๆ แต่ได้ผลดีในการกำจัดลูกน้ำยุงลายที่เกิดในแต่ละภาชนะ

1. ภาชนะที่เก็บน้ำไว้เพื่อกิน หรือใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น โอ่งน้ำดื่ม หรือโอ่งน้ำใช้ โอ่งซีเมนต์ในห้องน้ำ ฯลฯ ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างการใส่ทรายอะเบท หรือการปล่อยปลาหางนกยูง หรือปลาสอด หรือปลากัดเพื่อกินลูกน้ำ และถ้าปิดฝาได้ก็ยิ่งดีใหญ่ เพราะยุงจะลงไปไข่ลำบากขึ้น
ทรายอะเบทเป็นทรายที่เคลือบยาฆ่าลูกน้ำ แต่ไม่มีอันตรายต่อคน ยาที่เคลือบอยู่จะค่อย ๆ ละลายออกมาและมีฤทธิ์อยู่นาน 3 เดือน ดังนั้น จึงต้องเติมทรายอะเบททุก 3 เดือน ปริมาณที่ใช้คือ 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 10 ปี๊บ (โอ่งมังกร)
การปล่อยปลากินลูกน้ำจะปล่อยโอ่งละ 2 ตัว และถ้าปลาหายไปให้เพิ่มปลาเท่าเดิม สามารถขอปลานี้ได้จากสถานบริการสาธารณสุขระดับจังหวัดและอำเภอทั่วไป

ท่านควรจะตัดสินใจเลือกใช้วิธีที่ท่านชอบ เพราะทั้งสองวิธีได้ผลทั้งคู่ ในกรณีที่ไม่ทำทั้งสองอย่าง อย่างน้อยก็ขอให้ท่านปิดผาโอ่งมิดชิดด้วยฝาหรือตาข่ายพลาสติกหรือผ้าพลาสติก และล้างขัดถูผิวภายในโอ่ง และเทน้ำทิ้งทุก 7 วัน

2. ขาตู้กันมด มักจะใส่น้ำหล่อไว้เพื่อกันมดไต่ขาตู้กับข้าว เราควรจะเปลี่ยนมาใส่ขี้เถ้าที่เกิดจากถ่านหรือฟืนแทน หรือใส่น้ำมันขี้โล้ น้ำมันดีเซล หรือน้ำมันอะไรก็ได้แทนน้ำ นอกจากจะไม่ต้องคอยเติมแล้ว ยังกันมดได้ดี และที่สำคัญยุงลายไม่ลงไปวางไข่แน่นอน

3. แจกันดอกไม้ ใช้วิธีถ่ายน้ำทิ้งทุก 7 วัน นอกจากจะกันยุงลายลงไปวางไข่ แล้วยังช่วยให้ต้นมีน้ำสะอาดเสมอ

4. ภาชนะที่มีน้ำขังอื่น ๆ ที่อยู่รอบบ้าน เช่น ยางรถยนต์ กระป๋อง ถัง หรือขวดพลาสติกต่าง ๆ ใช้วิธีขุดหลุมฝัง หรือทำลายทิ้งด้วยวิธีอื่น ๆ อย่าเสียดายมันเลยนะครับ


ลองมาดูคำแนะนำง่าย ๆ แต่ได้ผลดีในการป้องกันไม่ให้โรค ไข้เลือดออก ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bciworld.net/

วิธีกำจัดไรฝุ่น ศัตรูตัวร้ายที่แฝงกายอยู่บนที่นอน
“ไรฝุ่น” วายร้ายตัวจิ๋วที่ไม่ว่าบ้านไหนๆ ก็ต้องมี  โดยเฉพาะห้องนอนอันแสนสุขของเรา พวกมันมักแฝงตัวอยู่บนที่นอน หมอน ผ้าห่ม เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากวัสดุใยสังเคราะห์อีกทั้งตุ๊กตาทั้งหลายแหล่ที่ลูกคุณๆ ทั้งหลายชอบ ทำให้ลูกน้อยหรือแม้แต่ตัวคุณเองเกิดอาการภูมิแพ้ และอาจจะลุกลามไปจนถึงโรคระบบทางเดินหายใจได้ ฟังดูแล้วน่ากลัวใช่มั้ยละ งั้นมาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีใดบ้างที่สามารถช่วยกำจัดไรฝุ่นได้
1. จัดระเบียบห้องนอน

ในห้องนอนไม่ควรมีสิ่งของอยู่เยอะจนเกินไปนะคะ  อะไรที่ไม่จำเป็นทิ้งบ้าง บริจาคบ้าง   เพราะนอกจากจะทำให้ห้องรกจนไม่มีที่จะนอนแล้ว ยังทำให้เพิ่มปริมาณไรฝุ่นอีกด้วย  ของยิ่งเยอะไรฝุ่นก็ยิ่งแยะ ซึ่งบางครั้งเราก็ไม่สามารถทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง แต่หากเราจัดระเบียบห้องให้โล่งมีแค่สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นเท่านั้น  จะทำให้คุณดูแลรักษาความสะอาดได้ง่ายขึ้น อีกทั้งห้องโล่งๆ บรรยากาศที่ปลอดโปร่ง จะทำให้คุณนอนหลับได้อย่างสบายยิ่งขึ้นด้วย

 

2. ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

อย่างน้อยๆ ใน 1 สัปดาห์ ควรจะมีการทำความสะอาดปัด กวาด เช็ด ถูซัก 1 ครั้ง เป็นอย่างต่ำ เพื่อลดปริมาณฝุ่นในห้องนอน

 

3. ปัดที่นอนก่อนนอนทุกครั้ง

เนื่องจากภายในห้องนั้นมีอากาศหมุนเวียนอยู่ตลอด ทำให้มีฝุ่นละอองถูกพัดเข้ามาด้วย และบนที่นอน หมอนของเรานั้นก็เป็นที่โปรดปรานของเจ้าไรฝุ่นมากๆ เลยละ ดังนั้นก่อนนอนควรจะปัดฝุ่นบนที่นอนออกก่อน เพราะหากเรานอนบนที่นอนที่เต็มไปด้วยไรฝุ่นนอกจากจะทำให้ตัวเราสกปรกแล้วยังทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ คันตามเนื้อตัวและอาจลุกลามไปสู่ระบบทางเดินหายใจได้อีกด้วย

 

4. เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน  ผ้าห่ม

ทำการเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม ทุกเดือน เนื่องจากผ้าปู ปลอกหมอนและผ้าห่มที่เรานอนอยู่ทุกวันเป็นแหล่งสะสมของตัวไรฝุ่น หากปล่อยทิ้งไว้นานๆก็จะยิ่งสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นการทำลายสุขภาพทำให้เราเกิดภูมิแพ้ และเป็นผดผื่นคันตามเนื้อตัวได้นะคะ



5. นำหมอน ผ้าห่มไปอาบแดด

การนำหมอน ผ้าห่มออกไปนอนอาบแดดบ้าง จะช่วยลดการอับชื้นทำให้ไข่ของเจ้าไรฝุ่นฝ่อลงช่วยหยุดไม่ให้มันแพร่พันธุ์มาทำร้ายเรามากยิ่งขึ้นค่ะ

 

6. ไม่ปูพรมในห้องนอน

พรมเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ตัวไรฝุ่นชอบไปอาศัยอยู่ เนื่องจากพรมทำมาจากเส้นใยที่ตัวไรฝุ่นนั้นชอบ การนำพรมวางไว้ในห้องก็เหมือนกับการนำบ้านอีกหลังไปไว้ให้เจ้าไรฝุ่นอยู่นั่นเอง  อีกทั้งพรมยังดูแลทำความสะอาดยาก การที่จะปัดเพียงอย่างเดียวไม่สามารถกำจัดไรฝุ่นให้หมดไปได้นะคะ ดังนั้น จึงไม่ควรที่จะนำพรมไว้ในห้อง หรือ ไม่ใช้เลยยิ่งดีค่ะ

 

7. ไม่นำตุ๊กตามาไว้ในห้องนอน

เพราะตุ๊กตานั้นทำมาจากเส้นใยซึ่งเป็นที่ที่ไรฝุ่นชอบอยู่มากกก  การที่คุณปล่อยให้ลูกคุณนอนกอดตุ๊กตาอยู่ทุกคืนก็เหมือนกับการที่คุณปล่อยให้ลูกคุณนอนกอดเจ้าไรฝุ่นทุกคืนเช่นกัน หากปล่อยให้เป็นเช่นนั้น  สามารถส่งผลต่อสุขภาพลูกน้อยของคุณ หากลูกคุณมีอาการภูมิแพ้ ป่วยง่าย ลองปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมจัดระเบียบห้องนอนดูนะคะ

 

8. นำฟูกไปตากแดด

เวลาทำความสะอาดที่นอนคนส่วนใหญ่มักลืมให้ความสนใจฟูกเนื่องจากคิดว่ามีผ้าปูที่นอนรองอยู่แล้วคงไม่เป็นไรหรอก แต่หารู้ไม่ฟูกก็เป็นแหล่งที่อยู่ของฝุ่นเหมือนกันนะ ดังนั้นจึงควรทำความสะอาดฟูกบ้าง ด้วยการนำไปตากแดดฆ่าเชื้อโรค ลดการแพร่พันธุ์ของตัวไรฝุ่น

 

9. เรียกใช้บริการกำจัดไรฝุ่น

เนื่องจากเจ้าตัวไรฝุ่นนั้นมีความอึด ถึกอยู่มาก แม้ว่าคุณจะพยายามกำจัดมันเท่าไหร่มันก็ไม่หมดไปซักที การเรียกใช้บริการกำจัดไรฝุ่นโดยตรงจะช่วยให้กำจัดไรฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น    สามารถทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง ทำให้บ้านคุณหมดปัญหาไรฝุ่นกวนใจ และเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคต่างๆ ที่มีสาเหตุมาจากไรฝุ่นด้วยค่ะ


มาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีใดบ้างที่สามารถช่วยกำจัดไรฝุ่นได้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/happygurubaan/videos/1963662717230956/

SDS (Sudden Death Syndrome) เป็นข้อผิดพลาดที่เลวร้ายมากซึ่งถูกฆ่าจำนวนมากมาร์ทโฟนซัมซุงกาแล็กซี่ แต่สิ่งที่เป็นข้อผิดพลาดนี้และสิ่งที่ไม่ได้ทำอย่างไร ดีทุกอย่างเริ่มต้นด้วยชิปหน่วยความจำของซัมซุงกาแล็กซี่มาร์ทโฟน หากคุณชิปกาแลคซีได้รับความเสียหายคุณจะหายไปหรืออื่น ๆ ที่คุณมีความปลอดภัย โทรศัพท์ของคุณเริ่มต้นที่จะแขวนหรือรีสตาร์ทตัวเอง 4-5 ครั้งของวัน

ซัมซุง S8 และ S8 ขอบเป็นสองข้อเสนอล่าสุดจากซัมซุง มันได้กลายเป็นที่แน่นอนแล้วว่าการพูดคุยในปัจจุบันของเมืองและได้รับความอุดมสมบูรณ์ของแฟน ๆ ทั่วโลก ถ้าคุณยังเป็นเจ้าของความภาคภูมิใจของซัม S8 แล้วคุณควรเริ่มต้นด้วยการตั้งค่าอุปกรณ์ของคุณ เพื่อที่จะทำเช่นนั้นคุณจะต้องถ่ายโอนข้อมูลจากซัมซุงกาแล็กซี่ S8 หากคุณเป็นเจ้าของอุปกรณ์ซัมซุงเก่าและต้องการที่จะถ่ายโอนข้อมูลในการซื้อใหม่ของซัมซุง S8 แล้วคุณได้มาถึงสถานที่ที่เหมาะสม ในบทความนี้เราจะสอนวิธีการถ่ายโอนเก่าซัมซุงกาแล็กซี่ S8 ในสองวิธีที่แตกต่างกัน

ส่วนที่ 1: การถ่ายโอนข้อมูลเพื่อ Samsung S8 / S8 ขอบผ่านทางซัมซุงสมาร์ทสวิทช์
สมาร์ทสวิทช์เป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดในการถ่ายโอนรายชื่อซัมซุง Samsung Galaxy S8 นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้ซอฟต์แวร์ในการถ่ายโอนข้อมูลประเภทอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี มีวิธีการที่แตกต่างกันในการใช้สมาร์ทสวิทช์มี คุณสามารถใช้แอป Android และถ่ายโอนเนื้อหาจากโทรศัพท์เครื่องหนึ่งไปยังอีกทั้งแบบไร้สายหรือในขณะที่เชื่อมต่อไปยังสาย USB นอกจากนี้ยังมีซอฟต์แวร์เฉพาะสำหรับ Windows รวมถึง Mac ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์เฉพาะทางด้านขวาที่นี่

จะเป็นการดีที่สมาร์ทสวิทช์ได้รับการออกแบบโดยซัมซุงที่จะทำให้มันง่ายขึ้นสำหรับผู้ใช้ที่จะโยกย้ายจากโทรศัพท์เครื่องเก่าของพวกเขาไปยังอุปกรณ์ซัมซุงของพวกเขาเพิ่งซื้อ หากคุณต้องการที่จะโอนเก่าซัมซุงกาแล็กซี่ S8 แล้วคุณสามารถใช้แอป Android และทำเช่นเดียวกันในเวลาน้อย การทำเช่นนั้นคุณจะต้องทำตามขั้นตอนเหล่านี้

1. ดาวน์โหลดแอปบนอุปกรณ์ทั้งจากหน้าร้านเล่นของตนที่ถูกต้องที่นี่ เปิดตัวแอปบนอุปกรณ์ตัวแรกและเลือกโหมดของการถ่ายโอน คุณสามารถถ่ายโอนข้อมูลจากซัมซุงกาแล็กซี่ S8 แบบไร้สายหรือโดยใช้ขั้วต่อ USB

2. เลือกชนิดของอุปกรณ์ที่เป็นแหล่งที่คุณมี ในกรณีนี้มันจะเป็น (Android) โทรศัพท์ซัมซุง

3. นอกจากนี้เลือกอุปกรณ์ที่ได้รับเช่นกันซึ่งก็จะเป็นอุปกรณ์ซัมซุง เมื่อคุณทำเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งสองเข้าด้วยกัน

4. การแข่งขัน PIN บนอุปกรณ์ทั้งเพื่อสร้างเชื่อมต่อที่ปลอดภัยก่อนที่จะเริ่มขั้นตอนการโอน

5. ตอนนี้คุณก็สามารถเลือกชนิดของข้อมูลที่คุณต้องการถ่ายโอน เป็นการดีที่คุณสามารถถ่ายโอนรายชื่อซัมซุง Samsung Galaxy S8 หรือคุณสามารถต้องการโอนทุกอย่างอื่นได้เป็นอย่างดี มันขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ

6. หลังจากการทำให้แน่ใจว่าคุณได้เลือกข้อมูลที่จำเป็นแตะที่ปุ่ม Finish นี้จะเริ่มต้นขั้นตอนการโอนโดยอัตโนมัติ

7. สิ่งที่คุณได้ทำคือการรอสักครู่เป็น S8 ใหม่ของคุณจะเริ่มได้รับข้อมูลจากโทรศัพท์ซัมซุงเก่าของคุณ

8. โปรแกรมจะแจ้งให้คุณทราบทันทีที่กระบวนการถ่ายโอนจะได้รับการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้คุณสามารถยกเลิกการเชื่อมต่ออุปกรณ์ของคุณและใช้งานได้ตามความต้องการของคุณ

ส่วนที่ 2: การโอนทุกอย่างเพื่อให้ซัมซุง S8 / S8 ขอบผ่าน dr.fone เครื่องมือ
บางครั้งการใช้สมาร์ทสวิทช์อาจจะเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่น่าเบื่อในบางครั้ง หากคุณกำลังมองหาทางเลือกแล้วคุณสามารถให้ dr.fone เครื่องมือของการสำรองข้อมูล Android ข้อมูลและ Restoreลอง ซึ่งแตกต่างจากสมาร์ทสวิทช์นี้สามารถใช้ในการสำรองข้อมูลให้สมบูรณ์ของข้อมูลของคุณเช่นรายชื่อ, ข้อความ, ประวัติการโทร, gallary, วิดีโอ, ปฏิทิน, เสียง, และการใช้งานอื่น ๆ ต่อมาคุณก็สามารถเรียกคืนข้อมูลนี้เพื่อคุณใหม่ ซื้อซัมซุง S8 เสียงสะดวกสวยใช่มั้ย?

เครื่องมือ dr.fone – สำรองข้อมูลและ Android resotre
มีความยืดหยุ่นการสำรองข้อมูลและเรียกคืนข้อมูล Android

ข้อมูล Android สำรองการคัดเลือกไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ด้วยคลิกเดียว
ดูตัวอย่างและเรียกคืนสำรองข้อมูลไปยังอุปกรณ์ Android ใด ๆ
รองรับ 8000 + อุปกรณ์ Android
ไม่มีข้อมูลสูญหายในระหว่างการสำรองข้อมูล, การส่งออกหรือเรียกคืนคือ


วิธีการแก้ไข ซ่อมมือถือ SAMSUNG GALAXY เสียชีวิตอย่างกะทันหัน: หน้าจอสีดำแห่งความตาย ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=sYntSJn61LM

หน้า: [1] 2 3 ... 6

Please donate whatever you can to help us to service server.Thank you.